พรจากฟ้า ภาคแรกเป็นเพลงเย็นเย็น กำกับโดย หมูชยนพ บุญประกอบ และ ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร นำแสดงโดย วี ไวโอเล็ต โวเทียร์ และคุณณภัทร เสียงสมบุญ ร่วมกับ นนท์ เดอะสตาร์ เป็นเรื่องราวของเด็กแปลกหน้าคนหนึ่งที่กลายเป็นสแตนด์อินอย่างกะทันหัน “เอกอัครราชทูตรัสเซีย” กับ “ภริยาเอกอัครราชทูต” ประกบคู่กัน และจังหวะ “อ้อย” ก็เกิดขึ้น

        ภาคสองเป็นส่วนหนึ่งของเพลง Still on My Mind กำกับโดย ต้น นิธิวัฒน์ ธาราธร นำแสดงโดย มิว นิษฐา และซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มิวเล่นเป็นลูกสาวที่ดูแลพ่อด้วยโรคอัลไซเมอร์และขอแม่ของเธอตลอดเวลาเมื่อเธอไม่อยู่ ซันนี่เป็นจูนเนอร์เปียโนที่ช่วยมิวซ่อมเปียโน เพราะหมิวเชื่อว่าเสียงเปียโนเพลงโปรดของแม่จะทำให้พ่อจำได้

        ที่เล่นเป็นมนุษย์เงินเดือนที่รักเสียงเพลง พยายามให้คณะกรรมการอนุมัติให้สร้างห้องซ้อมดนตรีให้กับพนักงานในสำนักงาน คนอาจจะคิดว่า พรจากฟ้า เป็นหนังเทิดพระเกียรติหรือเป็นหนังเกี่ยวกับรัชกาลที่ 9 จึงอาจมองข้ามหนังเรื่องนี้ไป แต่อย่างที่ฉันได้เห็นแล้ว อีกครั้ง เราสามารถยืนยันได้ว่านี่เป็นแนวโรแมนติกคอมเมดี้ทั่วไปของ GDH ที่เราทุกคนคุ้นเคย นี่ไม่ใช่หนังเทิดพระเกียรติในหลวง ที่ซึ่งสิ่งใดๆ ก็ไม่พ้นแม้แต่คำแห่งพระนามของพระองค์ มีเพียงเพลงพระราชนิพนธ์ของเขาเท่านั้นที่ใช้เป็นธีมของแต่ละส่วนของภาพยนตร์

พรจากฟ้า

        ตามความรู้สึกของเรา ภาคแรกสนุกและทำได้ดีที่สุดในสามภาค ก่อนอื่น เอกอัครราชทูตกับภริยาของเอกอัครราชทูตเข้ากันได้เป็นอย่างดี ดูและยิ้มตลอดเวลา นายณภัทร ลูกแม่หมู ​​เกิดมามากเกินไป จนบางทีเผลอไปคิดว่าตัวเองเป็นไวโอเล็ต

        อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่เสน่ห์และความเกรี้ยวกราดของ ณภัทร ไม่ใช่แค่ตัวละครที่น่ารักและเสียงที่ไพเราะของไวโอเล็ตเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะสวยแค่ไหนเธอก็สวย แต่ถ้าบทไม่ดี โต้ตอบไม่ปัง หนังไม่สนุกใช่ไหม? แต่ที่นี่กรรมการทั้งสองตีความและนำเสนอเพลงภาคค่ำอย่างน่าสนใจ ทำให้เพลงพระราชามีความหมายมากขึ้นและเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้

        รอนรอน เมื่อ ติณกรณ์ จะจากโลกอันไกลโพ้น ยามนี้ต้องพรากจากดวงใจ ไกลแสนไกล สุดปลายตา’ อาจหมายถึงการรำลึกถึงอดีตคนรักที่ล่วงลับไปแล้ว หรือในขณะเดียวกันก็อาจจะเป็นความหมายที่ดี ความภาคภูมิใจ ความปิติยินดี และส่งคนที่เรารักและปรารถนาดีไปยังแดนไกลด้วยเช่นกัน ไวโอเล็ตร้องเพลงนี้ดีมาก สื่อเพลงเดียวกันเข้าถึงแก่นของทั้งสองความหมายได้ เก่งมาก.